วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2552

update ports ใน freebsd 6.2

การทำ cvsup เพื่อปรับปรุง ports(ส่วนที่ใช้ในการติดตั้งโปรแกรมอัตโนมัติผ่านอินเตอร์เน็ต)
cvsup จะใช้เพื่อทำการปรับปรุง ports ต่างๆ ของเราให้ทันสมัย เพราะบาง package จำเป็นต้องปรับปรุงให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่

ติดตั้ง cvsup ก่อน
# cd /usr/ports/net/cvsup-without-gui
# make install && make clean
# rehash
หรือ
# pkg_add -r cvsup-without-gui
# rehash

ทำการ synchronize ports index กับ cvsup server
# /usr/local/bin/cvsup -g -L 2 -h cvsup.freebsd.org /usr/share/examples/cvsup/ports-supfile
รอจนกว่าจะติดตั้งเสร็จ
# cd /usr/ports && make fetchindex

จากนั้นก็จะทำให้เราได้โปรแกรมใน /usr/ports เป็นตัวใหม่ล่าสุดแล้ว

ขอบคุณ : xdisc จาก thaibsd.com

การติดตั้ง FreeBSD 6.2 แบบเป็นขั้นเป็นตอน

เดี๋ยวจะพูดเรื่องการติดตั้ง FreeBSD ที่จริงแล้ว ตัวผมเองก็จำได้หมดแล้วแต่ว่า ก็อยากทำเก็บเอาไว้นะครับ
ก่อน อื่นก็เข้าเว็บไปโหลด http://www.freebsd.org/releases/6.2R/announce.html มี mirror หลายตัวให้เลือกเข้าไปโหลดเชียวแหล่ะ เลือกสักอันครับ ก็จะมี หลาย ๆ platform แล้วก็หลาย ๆ releases ให้เลือก โดยส่วนมาก ก็จะเป็น i386 ครับ สำหรับเครื่อง pc ทั่ว ๆ ไป

ก็เลือกโหลดแค่ disc 1 และ disc 2 ก็พอครับ ส่วนพวก Doc ก็ดูผ่าน internet ก็ได้ ส่วน boot only เนี่ยยังไม่เคยลอง ในคราวหน้า จะลองใช้ตัวนี้ติดตั้งผ่าน internet ดูสักทีเหมือนกัน

1. พอได้ image มาแล้วก็ burn ลงแผ่น CD ครับ แล้วเอาแผ่น CD แผ่นแรกเนี่ย boot เข้าระบบ

2. หน้าจอต้อนรับของ FreeBSD แต่ไม่รู้ว่าตัว Devil น้อยหายไปไหนน้า ตรงนี้ก็ Enter ผ่านไปได้เลยครับ

3. พอผ่านหน้าจอต้อนรับไป ก็เริ่ม boot เข้าสู่ระบบ sysinstall กันจริง ๆ หล่ะ

4. หน้าจอแรกของ sysinstall ครับ เขาให้เลือกว่าเราอยู่ตรงไหนของโลก ผมอยู่ร้อยเอ็ดครับ แหะ ๆ

5. เลือกว่าจะใช้ keyboad แบบไหน ก็ช่างมันเถอะครับ ตามมาตรฐานสากลนะแหล่ะดีแล้วครับ

6. ตรงนี้จะเป็น Sysinstall Main Menu หน้าจอหลักของ sysinstall เขาเลยครับ เลือก install แบบ Standard ครับง่ายดี และทาง FreeBSD ก็แนะนำมาด้วย

7. หน้าจอแจ้งว่าจะใช้ Fdisk ในการ แบ่ง partition ของ HDD

8. หน้าจอโปรแกรม Fdisk ครับ ตรงนี้จะแนะนำเฉพาะคนที่ใช้ HDD ตัวใหม่ หรือคนที่ใช้ HDD เต็มลูกนะครับ ก็ให้กด a แล้ว กด q ครับ หมายถึงให้ใช้พื้นที่ HDD ทั้งหมด แล้วก็ออกจากโปรแกรม Fdisk ส่วนถ้าใครที่มีข้อมูล partition เดิมอยู่ ก็เลือกเพื่อลบโดยกดปุ่ม d ครับ

9. พอออกจากการแบ่ง partition แล้วระบบก็จะถามว่า จะให้ติดตั้ง boot manager ไหม ส่วนตัวแล้วผมจะติดตั้ง Standard MBR ครับ

10. หลังจากนั้น ระบบจะให้ติดตั้ง BSD Partition ภายใต้ Fdisk Partition อีกทีนึง

11. โปรแกรมนี้เรียกว่า Disk label ส่วนมากผมจะใช้ค่า Auto Defaults เอา กด a แล้ว q ครับ

12. ตรงนี้เขาจะให้เราเลือกว่าจะติดตั้งอะไรบ้าง ผมเลือก Developer ครับ (ไม่ตรงกับในรูป)

13. พอเราเลือกตรงนี้แล้ว ระบบจะถามว่าเราจะติดตั้ง ports พร้อมด้วยไหมก็ตอบ yes ครับจำเป็นมาก

14. เขาจะให้เราเลือกว่าจะติดตั้งผ่านทางไหน ก็เลือกเป็น CD/DVD ครับ (อนาคตจะลองติดตั้งผ่าน internet ดูเหมือนกัน)

15. แจ้งเตือนว่าจะติดตั้ง FreeBSD แล้ว และก็กำลังจะทำการ format partition ด้วย

16. กรุณารอ...สักงีบ กำลังแตกไฟล์เพื่อติดตั้งเข้าสู่ระบบ

17. Congratulations ติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ แต่ยังไม่ได้ Config ต้องตอบคำถามอีกหลายอย่างครับ

18. คำถามแรก จะติดตั้ง network card เลยไหม ติดตั้งสิครับ ตอบ yes

19. ตรง นี้ ของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน แต่โดยส่วนมากแล้วอันแรกสุดจะเป็น nic ตัวแรก ดูรายละเอียดชิบเซ็ทด้านข้างเอาครับ ส่วนมากถ้าเป็น gigabite ก็จะเป็น fxp0 ถ้าเป็น realtek ก็จะเป็น rl0 ถ้ามีแบบเดียวกันหลายใบก็จะเป็น rl1, rl2 ไปเรื่อย ๆ ครับ ให้ตั้งค่าให้การ์ดตัวที่เชื่อมกับ internet ก่อนนะครับ ส่วนอีกใบ ค่อยตั้งค่าเพิ่มเติมหลังจากติดตั้งแล้ว

20. เมื่อเลือกการ์ดที่ต้องการตั้งค่าแล้วก็จะมีคำถามตามมาอีก อันแรก จะใช้ ipv6 ไหม ผมไม่ใช้ครับ

21. อันที่ 2 จะใช้ DHCP ไหม ผมไม่ใช้ครับ จะ config เอง

22. อันที่ 3 กรอก hostname และอื่น ๆ

23. อันที่สุดท้าย ก็จะถามว่า จะ เปิดการทำงานของการ์ดเลยไหม ก็ ตอบ yes ไปเลยครับ

24. ตรงนี้ระบบจะถามว่า เครื่องที่ติดตั้งนี้เนี่ย จะให้เป็น internet gateway หรือไม่ ตอบ no ไปก่อนก็ได้ครับ ถ้าไม่คิดจะทำเป็นเครื่อง gateway

25. inetd จะเป็นการรวมเอา service พื้นฐานของ internet เข้ามารวมไว้ อาทิ ftp, ssh พวกนี้ครับ ตอบ no ไปก่อนครับ เราจะไปเปิดการทำงานทีหลัง

26. จะเปิด service ssh ไหม เพื่อให้ remote เข้ามาควบคุมเครื่องได้ผมตอบ yes ครับ (แล้วค่อยจะเปิดใช้งานผ่าน inetd ทีหลัง)

27. จะเปิด FTP ไหม ตอบ yes เช่นกัน เพื่อตั้งค่าพื้นฐาน (แล้วค่อยจะเปิดใช้งานผ่าน inetd)

28. หน้าจอให้ยืนยันการแก้ไขค่าของ FTP

29. ตรงนี้ผม OK ผ่านไป

30. จะแก้ไขข้อความต้อนรับของ FTP เลยไหม ผมตอบ no ครับ

31. จะให้เครื่องนี้เป็น NFS Server ไหม (NO)

32. แล้วจะคอนฟิกให้เป็น NFS Client ไหม (NO)

33. จะปรับตั้งค่า system console ไหม ก็ no ครับ ไม่ค่อยจำเป็น

34. ตั้ง time zone ให้เครื่องก่อนครับ

35. ตอบ NO ครับในขั้นตอนนี้ ตามคำแนะนำของระบบ

36. เลือกว่าเราอยู่ zone ไหน ครับ Asia หมายเลข 5

37. ประเทศไทย หมายเลข 44 ครับ

38. ตอบ Yes ครับ Indochina Time +7 gmt มั้งนะ ผมไม่ค่อยสันทัด

39. จะให้ support กับ linux ไหม ปรกติผมจะตอบ no นะถ้าจะเอาไปใช้เฉพาะทาง แต่ในบางโอกาสอาจจะได้ใช้ ในที่นี้ผมตอบ yes ครับ

40. กำลังติดตั้ง linux binary copatibility

41. จะใช้ mouse ไหมครับ ทำงานใน text mode ไม่ใช้ก็ได้มั้ง แต่มีไว้ก็ดี ในการ copy คำสั่งต่าง ๆ ก็สะดวกดีนะ ผมตอบ no ครับ

42. เขาบอกว่า มีโปรแกรมอีกเยอะแยะในโกดัง อยากติดตั้งอะไรเพิ่มไหม มีครับ ตอบ yes ไปก่อน

43. โปรแกรมที่เราจะติดตั้งเพิ่มก็จะอยู่ในหมวด net ครับ

44. เราจะติดตั้ง cvsup ครับ เอาไว้ update ports จะได้มีฐานข้อมูลโปรแกรมใหม่ ๆ กัน

45. เตรียมพร้อมที่จะติดตั้งหรือยัง

46. โปรแกรมนี้เนี่ย มันอยู่ Disc 2 จะเปลี่ยน disc ไหม

47. เอ้า เอาแผ่นที่ 2 ใส่ แล้ว ok ครับ (หลายขั้นตอนเนอะ)

48. จะเพิ่มชื่อผู้ใช้เพิ่มเติมก่อนไหม เพิ่มไว้ก่อนก็ดีครับ เอาไว้ใช้งานแทน root เพื่อความแข็งแกร่งของระบบ

49. เลือกไปที่ user เพื่อเพิ่ม user account

50. ในรูปผมเพิ่มชื่อผมลงไป UID ก็คงไว้เหมือนเดิมก็ได้ แต่ group ใส่เป็น wheel นะครับ จะทำให้ user นี้เปลี่ยนสิทธิ์เป็น root ได้ ด้วยคำสั่ง su กรอกรายละเอียด แล้ว OK ครับ

51. เพิ่ม user เสร็จแล้ว exit ครับ

52. แล้วระบบจะบอกให้เรากรอกรหัสของ root

53. รหัสของ root ครับ กรอกให้ยาก ๆ หน่อยแล้วกัน แต่ที่สำคัญห้ามลืมนะครับ

54. ยืนยันรหัสผ่านครับ

55. เสร็จแล้ว ออกจากการติดตั้ง โดยเลือกที่ exit install

56. แน่ใจนะที่ออก ถ้างั้น เอาแผ่นต่าง ๆ ออกก่อนนะ พวก CD Floppy น่ะ

เสร็จแล้วครับการติตตั้ง FreeBSD ง่าย ๆ ครับ ทำตามขั้นตอน นี้เป็นการติดตั้ง จากแผ่น CD นะครับ

----------------------------
Thanks...http://thaifreebsd.blogdns.com/

ติดตั้ง Apache/MySQL/PHP/phpMyAdmin บน FreeBSD 6.2

ติดตั้ง Apache/MySQL/PHP/phpMyAdmin บน FreeBSD 6.2
บทความนี้เป็นการติดตั้ง Web Server โดยผู้เขียนมีการใช้ Software ดังนี้
Operating System: FreeBSD 6.2 for i386
Apache: 2.2.6 Installed from Ports Collection
MySQL Server: 5.0.45 Installed from Ports Collection
PHP & Extensions: 5.2.4 Installed from Ports Collection
phpMyAdmin: 2.11.1 Installed from Ports Collection

MySQL Server
1. ติดตั้ง MySQL version 5 โดยต้องเข้าไปที่ mysql50-server port directory ด้วยคำสั่ง

cd /usr/ports/databases/mysql50-server


2. จากนั้นใช้คำสั่งในการ build port ช่วงเวลานี้จะใช้เวลานานพอสมควรนะครับ ( ไปหากาแฟทานก่อนก็ได้ครับ )

make BUILD_OPTIMIZED=yes BUILD_STATIC=yes



3. ต่อไปให้ทำการติดตั้ง ได้เลยครับ ด้วยคำสั่ง

make install clean


4. หลังจากเสร็จแล้วก็ให้ไปทำการเปิด file /etc/rc.conf เพื่อไปตั้งค่าให้ MySQL Server ให้ทำงานทุกครั้งหลังจาก เปิดเครื่องครับ

mysql_enable="YES"


5. จากนั้นก็ สั่ง start ให้ MySQL ได้แล้วครับ ลุยเลยครับ ด้วยคำสั่ง

/usr/local/etc/rc.d/mysql-server start



6. เพื่อความปลอดภัยของ MySQL นะครับ ควรที่จะตั้ง password ให้กับ root ครับ เพราะโดยค่า default แล้ว
ไม่ได้ตั้ง password มาให้เราครับ ด้วยคำสั่ง

/usr/local/bin/mysqladmin -uroot password 'new-password'


Apache
7. ติดตั้ง Apache ให้ไปที่ apache22 ไดเร็กทอรี่ ของ port ครับ ด้วยคำสั่ง

cd /usr/ports/www/apache22


8. ติดตั้ง Apache ด้วยคำสั่ง

make install clean


9. หลังจากเสร็จแล้วก็ให้ไปทำการเปิด file /etc/rc.conf เพื่อไปตั้งค่าให้ Apache ให้ทำงานทุกครั้งหลังจาก เปิดเครื่องครับ

apache22_enable="YES"


PHP
10. ติดตั้ง PHP ต่อเลยครับ ให้ไปที่ php5 ไดเร็กทอรี่ ของ port ครับ ด้วยคำสั่ง

cd /usr/ports/lang/php5


11. Build และทำการติดตั้ง ด้วยคำสั่ง ( ให้รับค่า default ครับ )

make install clean


12. ไปที่ php5-extentions meta ไดเร็กทอรี่ ของ port ครับ ด้วยคำสั่ง

cd /usr/ports/lang/php5-extentions


13. Build และทำการติดตั้ง ด้วยคำสั่ง

make install clean


14. ติดตั้ง php.ini

cp /usr/local/etc/php.ini-dist /usr/local/etc/php.ini


15. แก้ไข คอนฟิก file ของ Apache ที่ file /usr/local/etc/apache22/httpd.conf ครับโดยเพิ่มข้อความ
ดังนี้เข้าไปใน file ครับ

AddType application/x-httpd-php .php
AddType application/x-httpd-php-source .phps
DirectoryIndex index.php index.html



16. จากนั้นสั่ง start Apache ด้วยคำสั่ง

/usr/local/etc/rc.d/apache22.sh start


phpMyAdmin
17. phpMyAdmin จะมาช่วยให้เราทำงานกับ MySQL ได้ง่ายยิ่งขึ้นครับ ติดตั้งโดยตอนแรกต้องเข้าไปที่ ไดเร็กทอรี port ก่อนครับ ด้วยคำสั่ง

cd /usr/ports/databases/phpmyadmin


18. Build และทำการติดตั้ง ด้วยคำสั่ง

make install clean


19. สร้าง Alias ใน file /usr/local/etc/apache22/httpd.conf ด้วยการเพิ่มบรรทัด ดังนี้ครับ

Alias /phpmyadmin /usr/local/www/phpMyAdmin


Order allow,deny
Allow from all



20. สร้าง ไดเร็กทอรี่ config

cd /usr/local/www/phpMyAdmin
mkdir config
chmod 777 config


21. restart Apache อีกครั้งครับ

/usr/local/etc/rc.d/apache22.sh restart



22.สร้าง file config ของ phpmyadmin และเพื่อความปลอดภัย ต้องเปลี่ยน Permission ครับ ด้วยคำสั่ง

cp config/config.inc.php .

rm -rf config
chmod 444 config.inc.php


23. เรียกใช้งานที่ http://hostname/phpmyadmin/ ได้เลยครับ
จบครับ
Referent: http://caffetine.org

วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ฝึกหายใจ...ให้หายง่วง

เนื่องจากความง่วงเหงาหาวนอนเป็นประจำหรือเปล่า จะแก้อาการด้วยกาแฟสักแก้ว ก็คงเป็นการหลอกตัวเองแบบไม่มีประโยชน์ (เพราะกาแฟมีโทษน่ะสิ)

ในหนังสือ “พลังบำบัด ร่างกายคุณรักษาตนเองได้” ของนายแพทย์แอนดรู ไวล์ เขามีวิธีบริหารลมหายใจซึ่งจะช่วยกระตุ้นร่างกาย ปลุกตัวเองให้กระฉับกระเฉงขึ้นได้ด้วย น่าสนใจไหม ลองทำตามดังนี้

นั่งในท่าสบายๆ หลังตรง หลับตา เอาปลายลิ้นแตะที่ฟันบนด้านในแล้วเลียขึ้นไปทางเพดาน พอพ้นฟัน พักปลายลิ้นที่ตำแหน่งนั้น เรียกว่าตำแหน่ง “โยคะ” พักลิ้นไว้จุดนี้ตลอดการฝึก

หายใจเข้าออกถี่ๆ ทางจมูก หุบปากตามสบาย การหายใจเข้าและออก ควรเป็นระยะเท่ากันและถี่กระชั้น จนคุณรู้สึกว่ากล้ามเนื้อที่ฐานต้นคอเหนือกระดูกไหปลาร้าและที่กระบังลมเกิดการเคลื่อนไหวตาม หน้าอกต้องกระเพื่อมเร็วและเป็นจังหวะคล้ายๆ กำลังสูบลมด้วยที่สูบลม ภาษาสันสกฤตจะเรียกหารบริหารบทนี้ว่า “การหายใจแบบสูบลม” ซึ่งควรมีเสียงทั้งหายใจเข้าและหายใจออก หายใจให้ได้สัก 3 รอบต่อ 1 วินาที ถ้าพอทำไหว

ครั้งแรกที่คุณลองหายใจแบบนี้ ให้ทำสัก 15 วินาทีก็พอ ตามด้วยการหายใจปกติ แต่ละครั้งที่คุณจะบริหารก็ให้เพิ่มเวลาขึ้นเป็นครั้งละ 5 วินาที จนกระทั่งทำได้ถึง 1 นาทีเต็ม

วิธีนี้เป็นการออกกำลังกายให้แก่การหายใจจริงๆ คุณจึงควรรู้สึกล้าตามกล้ามเนื้อจุดต่างๆ ที่ใช้งาน ไม่ต้องวิตก การบริหารบ่อยๆ จะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น และเมื่อคุณกลับสู่การหายใจปกติ จะรู้สึกว่ามีพลังงานเคลื่อนไหวถ่ายเทไปตลอดทั้งร่างอย่างเบาบาง แต่หนักแน่น

วิธีบริหารลมหายใจนี้จะช่วยกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางให้ทำงานมากขึ้น ลองใช้วิธีนี้แก้ง่วงแทนกาแฟ คุณหมอแอนดรูก็ใช้วิธีนี้เสมอยามขับรถ เขาพบว่ายิ่งทำมากเท่าใด ยิ่งสร้างพลังให้แก่คุณเองมากขึ้นเท่านั้น

4 สูตรหน้าใสง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง

*ก้าวสู่ปีใหม่ที่เราจะสวยงามยิ่งๆ ขึ้นกว่าเดิม ถึงแม้ว่าอายุจะเพิ่มขึ้นไป 1 ปีก็ตาม

*เราได้สรรหาสูตรบำรุงผิวหน้า ให้สวยใส ซึ่งทำได้ง่ายๆ และส่วนผสมก็หาได้ในครัวนี่เอง

*สูตรเพิ่มความสดชื่นเปล่งปลั่งให้ผิวหน้า: ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจนสะอาด แล้วนำแอปเปิ้ลไม่ปลอกเปลือกสัก ครึ่งผล ปั่นให้ละเอียด พอกหน้าเว้นเปลือกตา ทิ้งไว้ประมาณ 25นาที แล้วล้างออก

*สูตรลดริ้วรอย ทำให้หน้านวลใส: นำแอปเปิ้ลครึ่งผลมาปั่น พอละเอียดได้ที่ก็คั้นมะนาวเอาแต่น้ำสัก 1 ช้อนชาใส่ลงไป คนให้เข้ากัน แล้วพอกชโลมให้ทั่ว เว้นบริเวณรอบดวงตาไว้ ทิ้งไว้ 10นาที ล้างออก

*สูตรหน้าเด้ง ไม่หยาบกร้าน: เตรียมโยเกิร์ต 3 ช้อนโต๊ะ และมะเขือเทศลูกเล็กๆ สัก 3 ลูก ปั่นโยเกิร์ตกับมะเขือเทศให้ละเอียด แล้วนำพอกหน้าให้ทั่ว โดยเว้นรอบดวงตา ทิ้งไว้ 15นาที แล้วล้างออก

*สูตรขัดหน้าขาว และลดริ้วรอยหมองคล้ำ: ผสมโยเกิร์ต 1 ถ้วย กับเกลือป่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ ให้เข้ากัน ชโลมให้ทั่วใบหน้า แล้วขัดๆ ถูๆ ให้ทั่ว ขัด 5นาที ทิ้งไว้อีก 5นาที แล้วล้างออก ทำเดือนละครั้งกำลังดี

เลือกสีเสื้อผ้าตามวันเกิด

*การเลือกสีเสื้อผ้าให้เหมาะกับวันเกิดอาจช่วยให้ชีวิตราบรื่นและโชคดีได้อีกด้วย...

*วันอาทิตย์ ควรเลือกใส่เสื้อผ้าโทนสีแดง ทั้งสีแดงเข้ม แดงม่าเหมี่ยว รวมทั้งสีชมพู ส้ม หรือแสด จะช่วยให้รู้สึกสดชื่น สีแห่งโชคลาภ คือ สีทอง ครีม และเขียว

*วันจันทร์ เป็นคนอ่อนโยน ควรใส่เสื้อผ้าโทนสีเหลือง ทอง ไข่ไก่ ครีม ฟ้า หรือ น้ำเงิน เพราะจะมีผู้ใหญ่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุน สีเขียว หมายถึงการเลื่อนตำแหน่ง ความขยัน และกระตือรือร้น สีแห่งโชคลาภ คือ สีม่วง

*วันอังคาร เป็นคนจิตใจเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว ตรงไปตรงมา สีมงคล คือสีชมพู แดง ส้ม หรือเขียว หากใส่เสื้อผ้าสีดังกล่าวจะช่วยให้ดูอ่อนหวาน นุ่มนวล สีแห่งโชคลาภ คือ สีแดง และสีชมพู

*วันพุธ เป็นคนมีเสน่ห์ สีแห่งโชคลาภ คือ โทนสีเขียว เช่น เขียวอ่อน เขียวแก่ เขียวใบไม้ รวมทั้งสีธรรมชาติ สีดังกล่าวเป็นสีสิริมงคล ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างพลังชีวิต

*วันพฤหัสบดี เป็นคนมีคุณธรรมสูง ซื่อสัตย์ รักเดียวใจเดียว สีมงคล คือ สีส้ม สีทอง สีประกายต่างๆ เช่น บรอนซ์ทอง บรอนซ์เงิน รวมทั้งสีเอิร์ทโทน สีน้ำตาลอ่อน และน้ำตาลแก่ หรือสีส้ม แสด ทองก็ได้

*วันศุกร์ เป็นคนที่มีความสุข สดชื่น มองโลกในแง่ดี สีที่เป็นมงคล คือ สีฟ้า สีน้ำเงิน สีที่ให้โชคลาภ คือ สีชมพู ฟ้า น้ำเงิน แดง ครีม เหลืองอ่อน ขาว หรือสีทอง

*วันเสาร์ เป็นคนมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ตรงไปตรงมา สีที่เป็นสิริมงคล คือ สีม่วง ฟ้า น้ำเงิน หรือชมพู หากใส่เสื้อผ้าโทนสีเหล่านี้จะช่วยให้มีเสน่ห์ ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน

วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2552

วิธีแก้กลิ่นเต่าแรง

*วิธีแก้กลิ่นเต่าแรง คือ ให้นำ "สารส้ม" มาถูรักแร้ตอนอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ แล้ว หรือไม่ก็นำ "ใบตำลึง" กับ "ปูนแดง" โดยตำใบตำลึงให้เละที่สุด แล้วนำมาผสมกับปูนแดงสักก้อนเล็กๆ ผสมให้ทั่วกันดีแล้ว ก็นำมาทาที่รักแร้เพียงบางๆ แล้วปล่อยให้แห้งเอง

*ควรทำตอนอาบน้ำก่อนไปทำงานตอนเช้า จะได้ทำงานได้ตลอดวัน โดยไม่มีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ ออกมารบกวนใครต่อใคร

วิธีไล่แมลง ยุง มด

วิธีป้องกันและกำจัดมด
- หาเศษผ้าที่ไม่ใช้แล้วมาตัดเป็นชิ้น ๆ ความยาวพอประมาณ ชุบกับน้ำมันเครื่องพอหมาดหรือจาระบีแล้วนำมาพันรอบขาตู้หรือโต๊ะ หรือจะใช้ปูนขาวใส่ภาชนะรองที่ขาตู้ก็ได้ และหากพบมดไต่ขึ้นมาตามรอยแตกร้าวของคอนกรีต ให้ใช้น้ำมันก๊าดเทลงไปในร่อง มดก็จะไม่โผล่หน้าขึ้นมาให้เรารำคาญใจอีกนาน

- ใช้แป้งฝุ่นสำหรับทาป้องกันเห็บหมัดของสุนัขหรือแมวมาโรยตามพื้นหรือบริเวณที่มดขึ้น เมื่อมดเดินผ่านก็จะเกิดการระคายเคืองและตายในเวลาอันรวดเร็ว หรืออาจฝานมะนาวเป็นแผ่นบางๆ มาไปวางในบริเวณที่มดขึ้นก็ได้
- หากพบว่ามีมดขึ้นอยู่ในขวดน้ำตาลหรือขนมปังที่ใส่อยู่ในกระป๋อง ให้เราปิดฝาขวดหรือกระป๋องนั้นให้สนิท จากนั้นให้ออกแรงเขย่าเพียงเล็กน้อย แล้วเปิดฝาทิ้งไว้หรือนำไปผึ่งแดดสักครู่ มดตัวน้อยตัวนิดก็จะพากันหนีออกมาเอง
- ในกรณีที่พบรังมด ให้ใช้น้ำที่แช่หน่อไม้สดหรือหน่อไม้ดองเปรี้ยวราดไปที่รัง มดจะอพยพไปอยู่ที่อื่นทันที แต่ถ้าต้องการกำจัดให้สิ้นซาก ให้ใช้การบูรและยาสูบอย่างละ 1 ส่วน นำไปแช่น้ำตั้งไฟให้เดือด จากนั้นเอาไปราดที่รัง มดก็จะตายและไม่กล้ามาทำรังอีกแน่ๆ
วิธีกำจัดแมลงสาบ
นำขวดแก้วที่มีปากค่อนข้างกว้างสักหน่อย มาใส่น้ำแกงจืดหรือน้ำต้มยำที่เหลือจากการรับประทานอาหาร (ใส่ประมาณครึ่งขวด) แล้วนำไปวางไว้บริเวณซอกหรือมุมห้องภายในบ้านโดยวางให้ชิดติดกับผนัง เพื่อล่อให้แมลงสาบที่ไต่ตามฝาผนังลงมากินน้ำแกงในขวดโดยไม่สามารถปีนกลับขึ้นมาได้
วิธีกำจัดแมลงวัน
ใช้น้ำเชื่อมหรือน้ำหวานที่เข้มข้น 3 ส่วน ผสมกับพริกไทยป่น 1 ส่วน นำไปตั้งไว้ในบริเวณที่มีแมลงวันชุกชุม หากแมลงวันแวะเข้ามากินน้ำเชื่อมแล้วก็จะตายแบบหวานเย็นในเวลาไม่นานนัก
วิธีไล่ยุง
นำเปลือกส้มเขียวหวานที่ตากแห้งดีแล้ว มาจุดไฟให้เป็นควันเพื่อไล่ยุง เปลือกส้มจะมีกลิ่นหอมสดชื่นและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเหมือนยาฆ่าแมลง หรือจะใช้ผลมะกรูดผ่าซีกทาตามร่างกาย ยุงก็จะไม่กล้าเข้าใกล้ นอกจากนี้ ยังช่วยให้ผิวนุ่มอีกด้วย หรือจะห่อการบูรด้วยผ้าแล้วนำไปวางไว้ตามมุมห้องหรือใต้โคมไฟ กลิ่นของการบูรจะทำให้ยุงหนีออกจากห้องไป
ที่มา : http://www.pantown.com/board.php?id=11499&area=1&name=board33&topic=5&action=view

การทำขี้ผึ้งถูพื้น

สูตร 1. เอาขี้ผึ้งมาผสมกับน้ำมันก๊าด แล้วเคี่ยวไฟอ่อนๆ บนภาชนะ ละลายเข้ากันดีแล้วยกลงปล่อยให้เย็น ทาบนผ้าแล้วนำมาถูพื้น
สูตร 2. ใช้น้ำมันมะพร้าว แล้วใช้กาบมะพร้าว ทาลงบนพื้น ถูๆๆๆๆ

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552

การใช้ FrameServer ช่วยในการตัดต่อ vdo

FrameServer

FrameServerเป็นการส่งต่อข้อมูล ภาพ-เสียง-คำสั่ง จากโปรแกรมหนึ่งไปอีกโปรแกรมหนึ่งโดยตรง โดยจะมีการสร้างไฟล์ชั่วคราวขนาดเล็กขึ้นมาเป็นตัวกลางเชื่อมการถ่ายโอนข้อมูลและคำสั่งระหว่าง2โปรแกรม ช่วยลดขั้นตอนในการสร้างไฟล์ต้นฉบับขึ้นมาใหม่ ประหยัดพื้นที่และเวลา อีกทั้งยังคงรักษาคุณภาพไว้เพราะไม่ต้องผ่านการเข้ารหัสใหม่ก่อนเลย
โปรแกรมประเภทFrameserverนั้นมีอยู่หลายตัวด้วยกัน จะขอแนะนำแค่บางตัวที่เด่นๆเท่านั้น แน่นอนว่าต้องดีและฟรีด้วย
DebugMode FrameServer
เป็นโปรแกรม FrameServer ฟรีตัวหนึ่งที่ดีมากๆ พัฒนาโดย Satish Kumar หรือที่คนไทยรู้จักกันในนาม สาทิตย์ กุมาร (555) โดยทำงานเป็นสื่อกลางในการส่งข้อมูลระหว่างโปรแกรมตัดต่อวีดีโอชั้นนำ (เช่น Adobe Premiere, Ulead VideoStudio, Sony Vegas เป็นต้น) กับโปรแกรมเข้ารหัสวีดีโออื่นๆ ซึ่งมักเป็นEncoderคุณภาพสูง (เช่น Cinema Craft, ProCoder, TMPGEnc เป็นต้น) เนื่องจากการเข้ารหัสด้วยโปรแกรมตัดต่อเองนั้นไม่สามารถตอบสนองการencodeคุณภาพสูงได้ จึงต้องให้โปรแกรมเฉพาะทางตัวอื่นเข้ามาช่วย
สามารถไปDownloadมาใช้งานได้ที่ http://www.debugmode.com

จากนั้นให้ติดตั้งเพิ่มเป็นPlug-inของโปรแกรมตัดต่อที่ใช้อยู่ จากนั้นก็จะสามารถส่งออกเป็นไฟล์aviขนาดเล็ก ที่เรียกว่า "Signpost"เป็นไฟล์ชั่วคราวที่จะโปรแกรมอื่นๆได้

ขั้นตอนการ Start FrameServing

Adobe Premiere/Premiere Pro : File > Export > Movie > Debugmode FrameServer > Save


Sony Vegas: File > Render As > Debugmode FrameServer > Save


Ulead MediaStudio Pro : File > Create > Video File > Debugmode FrameServer > Save


Ulead VideoStudio : Share > Create Video File > Custom > Debugmode FrameServer > Save


Pure Motion EditStudio : File > Build Movie > Debugmode FrameServer (project settings) > Finish


จากนั้นจะปรากฏหน้าต่าง Status ของ FrameServer แสดงข้อมูลขณะที่กำลังเข้ารหัสวีดีโอ เมื่อเข้ารหัสวีดีโอเสร็จแล้ว ให้กดปุ่ม Stop Serving เพื่อหยุดการ FrameServer ไฟล์ signpost จะถูกลบไปโดยอัตโนมัติ (หากยังไม่ถูกลบ ก็ลบออกเองได้)

หมายเหตุ : ในการเข้ารหัสวีดีโอผ่าน FrameServer ด้วยโปรแกรม TMPGEnc Plus นั้นจะต้องกำหนดขอบเขตเฟรมสุดท้ายให้มันด้วย เพราะมันอาจจะหาไม่เจอทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนซึ่งจะทำให้ได้ขนาดวีดีโอยาวเกินจริง โดยส่วนที่เกินจากวีดีโอจริง จะเป็นภาพดำจนกว่าจะจบไฟล์ โดยการกำหนดขอบเขตทำได้ที่ Source range (ไปกำหนด Set start frame \ Set end frame)

AviSynth


ถือเป็นโปรแกรมที่ทำงานแบบ frameserver ตัวหนึ่ง โดยทำงานผ่านไฟล์ขนาดเล็กคือ AviSynth Script (*.avs) ไฟล์ AVS ไม่ใช่ไฟล์ Video จริงๆ มันเป็นเพียงไฟล์เก็บคำสั่งต่างในการ Process Video สามารถใช้ Text Editor เพื่อเปิดดูและแก้ไขคำสั่งต่างๆ ได้ (เช่น แก้สี แก้ Contrast ใส่ Subtitle ใส่Filter เป็นต้น)


ไฟล์ AVS เปิดดูได้ด้วยPlayerและEncoderชั้นนำต่างๆ โดย AviSynth จะทำหน้าหน้าที่ handle คำสั่งในไฟล์ และทำหน้าที่เป็น Frameserver ให้แก่โปรแกรมนั้นๆอีกทีหนึ่ง


Download AviSynth


การใช้งาน AviSynth นั้นมีรายละเอียดเยอะทีเดียวจะขอกล่าวในคราวต่อๆไป (ที่ผ่านมาก็มีทำให้ดูไปแล้วบ้างเล็กน้อย)


VirtualDub FrameServer


เป็น frameserver ที่ติดมากับโปรแกรม VirtualDub (และโปรแกรมที่พัฒนามาจากVirtualDub เช่น VirtualDubMod, VirtualDub-MPEG2, Nandub เป็นต้น) สามารถประยุกต์ใช้ได้มากมายเช่นกัน ไม่ขอพูดถึงในที่นี้ (เคยพูดสอนการประยุกต์ใช้มาบ้างแล้วเหมือนกัน)


Download VirtualDubMod


โดยใช้งานผ่านทาง function File > Start frame server ก็จะได้มาเป็นไฟล์ชั่วคราว *.vdr


แต่หลายๆโปรแกรมจะไม่สามารถอ่านไฟล์ *.vdr นี้ได้ จะต้องทำดังนี้คือ


- Run AuxSetup.exe ที่อยู่ในfolderของVirtualDub จากนั้นทำการ Installhandle


- ต้องลงโปรแกรมAviSynthไว้ในเครื่องด้วย


จากนั้นให้ทำการเปลี่ยนนามสกุลจาก .vdr เป็น .avs ก็จะทำให้โปรแกรมอื่นๆสามารถรับframeserverจากVirtualDubได้


อีกวิธีหนึ่งคือใช้โปรแกรม VFAPI Reader เพื่อเปลี่ยน vdr file เป็น avi fake file เพื่อเปิดกับโปรแกรมอื่นๆ


นอกจากนี้แล้วยังมีโปรแกรมFrameServerอื่นๆอีก ทั้งฟรี-ไม่ฟรี ดีมาก-น้อย แตกต่างกัน แต่ไม่จำเป็น เพราะแค่ใช้ 3 โปรแกรมข้างบนก็สามารถประยุกต์ใช้ทำได้แทบทุกอย่างแล้ว


ใครใช้แล้วจะรู้ว่ามันดีขนาดไหน ลองทำกันดูนะครับ
จากเวบ http://advance.exteen.com

เฝ้าคอย

เฝ้าคอย
looking